
เมื่อโลกเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้พลังงานไฟฟ้ามากขึ้น ความต้องการไม่ได้อยู่ที่การผลิตไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงความสามารถในการ จัดเก็บและบริหารพลังงาน ให้เหมาะสมกับช่วงเวลาที่มีการใช้งาน
นี่คือเหตุผลที่ Battery และ Energy Storage กำลังมีบทบาทมากขึ้น ตั้งแต่รถยนต์ไฟฟ้า ระบบพลังงานหมุนเวียน ไปจนถึงโรงงานอุตสาหกรรมและระบบไฟฟ้าขนาดใหญ่
ประเทศไทยเองมีการลงทุนใน Battery และ Energy Storage เพิ่มขึ้น โดย BOI รายงานว่า ณ เดือนพฤษภาคม 2569 มีโครงการในกลุ่ม Battery & ESS ที่ได้รับการส่งเสริมรวม 57 โครงการ มูลค่าประมาณ 33,500 ล้านบาท
Battery เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่ใช้สำหรับกักเก็บพลังงาน ขณะที่ Energy Storage เป็นคำที่มีความหมายกว้างกว่า โดยหมายถึงระบบหรือเทคโนโลยีที่สามารถจัดเก็บพลังงานและนำกลับมาใช้ในภายหลัง
หนึ่งในระบบที่ได้รับความสนใจในภาคอุตสาหกรรมคือ BESS หรือ Battery Energy Storage System ซึ่งเป็นระบบที่นำแบตเตอรี่มาทำงานร่วมกับอุปกรณ์ควบคุมและระบบบริหารจัดการพลังงาน เพื่อจัดเก็บและจ่ายพลังงานตามความต้องการ
ดังนั้น BESS จึงไม่ได้หมายถึงเพียงแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ แต่เป็นระบบที่สามารถนำมาใช้บริหารจัดการพลังงานในโรงงาน อาคาร ระบบไฟฟ้า และโครงการพลังงานหมุนเวียน
พลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมมีข้อจำกัดด้านช่วงเวลาการผลิต ระบบกักเก็บพลังงานจึงมีบทบาทในการจัดเก็บพลังงานและนำมาใช้ในช่วงเวลาที่เหมาะสม
โรงงานแต่ละแห่งมีรูปแบบการใช้ไฟฟ้าที่แตกต่างกัน ระบบกักเก็บพลังงานสามารถช่วยบริหารการใช้พลังงานให้สอดคล้องกับความต้องการของโรงงาน
เมื่อภาคอุตสาหกรรมมีการใช้เครื่องจักร ระบบอัตโนมัติ และเทคโนโลยีดิจิทัลมากขึ้น ความต้องการใช้ไฟฟ้าก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามไปด้วย การบริหารจัดการพลังงานจึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนโรงงานยุคใหม่
แม้ Battery จะเติบโตควบคู่กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า แต่ Energy Storage ยังสามารถนำไปใช้ในหลายภาคส่วน เช่น
โรงงานอุตสาหกรรม
ระบบพลังงานหมุนเวียน
Data Center
อาคารขนาดใหญ่
ระบบไฟฟ้า
สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า
ระบบ Microgrid
ทำให้โอกาสของอุตสาหกรรม Battery ในอนาคตไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะตลาดยานยนต์
ประเทศไทยมีฐานอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนที่สามารถต่อยอดเข้าสู่ระบบ Battery และ Energy Storage ได้ ขณะเดียวกันการขยายตัวของยานยนต์ไฟฟ้าก็ช่วยสร้างระบบนิเวศของอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับ Battery, ระบบจัดการแบตเตอรี่ และระบบควบคุมพลังงาน
ข้อมูลจาก BOI ระบุว่า ณ เดือนพฤษภาคม 2569 มีโครงการ Battery และ Energy Storage System ที่ได้รับการส่งเสริมรวม 57 โครงการ มูลค่าประมาณ 33,500 ล้านบาท ขณะที่ชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้อง เช่น Motor, Battery Management System และ Energy Control System มีการลงทุนรวมประมาณ 12,500 ล้านบาทจาก 49 โครงการ
สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าโอกาสของไทยไม่ได้จำกัดเฉพาะการผลิตเซลล์แบตเตอรี่ แต่ยังครอบคลุมถึง ชิ้นส่วน ระบบควบคุม และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการจัดการพลังงาน
การเลือกพื้นที่สำหรับอุตสาหกรรมนี้ควรพิจารณาหลายด้าน ได้แก่
ระบบไฟฟ้าและความมั่นคงด้านพลังงาน
เพื่อรองรับกระบวนการผลิตและความต้องการใช้ไฟฟ้า
ระบบน้ำและสาธารณูปโภค
ให้เหมาะสมกับกระบวนการผลิตและข้อกำหนดของโรงงาน
ระบบการจัดการของเสีย
โดยเฉพาะกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับสารเคมีและวัสดุจากการผลิตแบตเตอรี่
ระบบขนส่งและโลจิสติกส์
รองรับการนำเข้าวัตถุดิบ การเคลื่อนย้ายชิ้นส่วน และการกระจายสินค้า
พื้นที่รองรับการขยายโรงงาน
เพื่อให้สามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้เมื่อความต้องการของตลาดเติบโตขึ้น
การเข้าถึงพลังงานหมุนเวียน
เป็นอีกปัจจัยที่ผู้ผลิตบางรายให้ความสำคัญในการวางแผนด้านพลังงานของโรงงาน
การเติบโตของ Battery ในอนาคตจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับรถยนต์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว แต่กำลังเชื่อมโยงกับการเปลี่ยนแปลงของระบบพลังงาน ตั้งแต่ พลังงานหมุนเวียน ระบบกักเก็บพลังงาน ระบบบริหารจัดการพลังงาน ไปจนถึงการใช้พลังงานในภาคอุตสาหกรรม
สำหรับประเทศไทย การพัฒนาอุตสาหกรรมตั้งแต่การผลิตชิ้นส่วน Battery ไปจนถึงระบบ Energy Storage จึงเป็นอีกโอกาสในการต่อยอดฐานการผลิตเดิมเข้าสู่อุตสาหกรรมพลังงานรูปแบบใหม่
สำหรับพื้นที่อุตสาหกรรมอย่าง สวนอุตสาหกรรม 304 การมีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ระบบไฟฟ้า และระบบสาธารณูปโภคสำหรับภาคการผลิต พื้นที่ที่พัฒนาแล้ว สามารถเป็นส่วนหนึ่งในการรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับ Battery และ Energy Storage
สร้างระบบนิเวศที่พร้อมสำหรับอนาคตสำหรับธุรกิจ ด้วยพลังงานสีเขียว สิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน และการเชื่อมต่อระดับโลก
ติดต่อเรา