
ที่มารูปภาพ : https://www.fti.or.th/Biotech%20Industry%20Club/home
เมื่อพูดถึง Biotechnology หรือเทคโนโลยีชีวภาพ หลายคนอาจนึกถึงห้องปฏิบัติการ นักวิทยาศาสตร์ หรือการพัฒนายาและวัคซีน แต่ในความเป็นจริง เทคโนโลยีชีวภาพมีบทบาทกว้างกว่านั้น และกำลังเข้าไปเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมหลากหลายประเภท ตั้งแต่อาหาร การเกษตร การแพทย์ พลังงาน ไปจนถึงการผลิตวัสดุและสารเคมีชีวภาพ
การเปลี่ยนแปลงของโลกในปัจจุบัน ทั้งความต้องการด้านสุขภาพ การเข้าสู่สังคมสูงวัย ความมั่นคงทางอาหาร ตลอดจนความต้องการลดการใช้ทรัพยากรและพัฒนาเศรษฐกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม กำลังทำให้เทคโนโลยีชีวภาพมีบทบาทเพิ่มขึ้นในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม
สำหรับประเทศไทย โอกาสของเทคโนโลยีชีวภาพไม่ได้เกิดขึ้นจากการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่เพียงอย่างเดียว แต่ยังสามารถต่อยอดจาก ฐานการเกษตร อุตสาหกรรมอาหาร ทรัพยากรชีวภาพ และความสามารถด้านการผลิตที่มีอยู่เดิม เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นได้
แล้ว เทคโนโลยีชีวภาพ คืออะไร? ทำไมอุตสาหกรรมนี้จึงน่าจับตามอง และประเทศไทยมีศักยภาพในการรองรับการลงทุนด้านเทคโนโลยีชีวภาพ อย่างไร?
เทคโนโลยีชีวภาพ คือการนำสิ่งมีชีวิต เซลล์ โมเลกุล หรือกระบวนการทางชีวภาพมาใช้ร่วมกับความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ กระบวนการ หรือบริการที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้
เทคโนโลยีชีวภาพสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ตั้งแต่ระดับการวิจัย ไปจนถึงการผลิตในระดับอุตสาหกรรม
ตัวอย่างเช่น
การพัฒนายาและวัคซีน
การผลิตสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพ
การพัฒนาพันธุ์พืชและเทคโนโลยีการเกษตร
ดังนั้น เทคโนโลยีชีวภาพ จึงไม่ได้เป็นอุตสาหกรรมที่แยกออกจากภาคการผลิต แต่สามารถทำหน้าที่เป็น เทคโนโลยีที่ช่วยยกระดับอุตสาหกรรมเดิมให้สร้างมูลค่าเพิ่มได้มากขึ้น
ประชากรโลกกำลังมีอายุยืนขึ้น ขณะที่โรคและความต้องการด้านสุขภาพมีความซับซ้อนมากขึ้น ทำให้เกิดความต้องการเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์รูปแบบใหม่
Biotechnology จึงมีบทบาทตั้งแต่การวิจัยและพัฒนายา ไปจนถึงการผลิตชีววัตถุและผลิตภัณฑ์เพื่อการวินิจฉัย
สำหรับประเทศไทย BOI จัดกลุ่ม เกษตร อาหาร เทคโนโลยีชีวภาพ และการแพทย์ ไว้ในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีมาตรการส่งเสริมการลงทุน และมีประเภทกิจการที่เกี่ยวข้องกับ Biotechnology โดยตรง
ภาคการเกษตรและอาหารกำลังเผชิญทั้งความต้องการอาหารที่เพิ่มขึ้นและข้อจำกัดด้านทรัพยากร
Biotechnology จึงสามารถเข้ามามีบทบาทในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต พัฒนาวัตถุดิบ และสร้างผลิตภัณฑ์อาหารที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น
สำหรับประเทศไทย ประเด็นนี้มีความสำคัญเป็นพิเศษ เนื่องจากประเทศมีฐานการเกษตรและอุตสาหกรรมอาหารอยู่แล้ว
อีกหนึ่งแนวโน้มสำคัญคือการนำทรัพยากรชีวภาพมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มสูง แนวคิดนี้สอดคล้องกับทิศทาง Bioeconomy ของประเทศไทย ซึ่งมุ่งใช้ทรัพยากรชีวภาพร่วมกับความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น
ประเทศไทยมีพื้นฐานหลายด้านที่สามารถนำมาต่อยอดกับ Biotechnology ได้ โดยเฉพาะ ทรัพยากรชีวภาพ ฐานการเกษตร อุตสาหกรรมอาหาร และภาคการผลิต
ประเทศไทยมีความหลากหลายทางชีวภาพและมีผลผลิตทางการเกษตรหลายประเภท ซึ่งสามารถนำมาต่อยอดผ่านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่ม
แนวคิดของ Bioeconomy จึงไม่ได้มองทรัพยากรชีวภาพเพียงในฐานะวัตถุดิบ แต่พยายามนำเทคโนโลยีเข้ามาเพิ่มมูลค่าให้กับทรัพยากรเหล่านั้น ทำให้วัตถุดิบทางการเกษตรสามารถเชื่อมโยงไปสู่กิจกรรมการผลิตที่มีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น
ประเทศไทยมีอุตสาหกรรมอาหารและการแปรรูปอาหารที่พัฒนามาอย่างต่อเนื่อง เมื่อผนวก Biotechnology เข้ากับความสามารถด้าน Food Manufacturing จึงสามารถสร้างโอกาสใหม่ทำให้ Biotechnology สามารถเข้ามาเชื่อมต่อกับอุตสาหกรรมเดิมของไทย แทนที่จะต้องสร้าง Supply Chain ใหม่ทั้งหมดตั้งแต่ต้น
การนำเทคโนโลยีชีวภาพ จากระดับการวิจัยไปสู่การผลิตเชิงพาณิชย์จำเป็นต้องอาศัยมากกว่าเทคโนโลยีในห้องทดลอง แต่ต้องมีโครงสร้างการผลิต และระบบสนับสนุนที่สามารถรองรับการดำเนินงานในระยะยาว
สำหรับสวนอุตสาหกรรม 304 การมีโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้า น้ำอุตสาหกรรม ระบบบำบัดน้ำเสีย และพื้นที่สำหรับการพัฒนาภาคอุตสาหกรรม เป็นองค์ประกอบพื้นฐานที่สามารถรองรับกิจกรรมการผลิตได้หลากหลายประเภท
เทคโนโลยีชีวภาพ ไม่ได้เป็นเพียงเทคโนโลยีที่อยู่ในห้องปฏิบัติการ แต่กำลังมีบทบาทต่ออุตสาหกรรมตั้งแต่ Healthcare, Agriculture, Food, Energy ไปจนถึง Chemicals และ Materials
สำหรับประเทศไทย จุดแข็งสำคัญคือการมีทั้ง ทรัพยากรชีวภาพ ฐานการเกษตร อุตสาหกรรมอาหาร และ ฐานการผลิต ซึ่งสามารถนำมาผสมผสานกับเทคโนโลยีเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์และกระบวนการที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น
ขณะเดียวกัน การผลักดันแนวคิด Bioeconomy ภายใต้ BCG Model สะท้อนถึงทิศทางการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้เพิ่มมูลค่าทรัพยากรชีวภาพของประเทศ
ดังนั้น Biotechnology จึงเป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่น่าจับตามองสำหรับนักลงทุนที่มองหาโอกาสใน Advanced Manufacturing และ Bio-based Industry ของประเทศไทย โดยความสำเร็จของการลงทุนจะขึ้นอยู่กับทั้งเทคโนโลยี บุคลากร Supply Chain และโครงสร้างพื้นฐานที่สามารถรองรับการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว
สร้างระบบนิเวศที่พร้อมสำหรับอนาคตสำหรับธุรกิจ ด้วยพลังงานสีเขียว สิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน และการเชื่อมต่อระดับโลก
ติดต่อเรา