
ที่มารูปภาพ : https://www.rishabhsoft.com/blog/iot-predictive-maintenance
สำหรับโรงงานอุตสาหกรรม เครื่องจักรเป็นส่วนสำคัญของกระบวนการผลิต หากเครื่องจักรหยุดทำงานโดยไม่คาดคิด อาจส่งผลต่อ Production Schedule ต้นทุน และความสามารถในการส่งมอบสินค้า
ด้วยเหตุนี้ การบำรุงรักษาเครื่องจักรจึงไม่ได้มีเป้าหมายเพียงการซ่อมเมื่อเกิดปัญหา แต่กำลังเปลี่ยนไปสู่การใช้ข้อมูลเพื่อ คาดการณ์ความผิดปกติก่อนที่เครื่องจักรจะเกิดความเสียหาย
แนวทางดังกล่าวเรียกว่า Predictive Maintenance
Predictive Maintenance คือแนวทางการบำรุงรักษาที่ใช้ข้อมูลจากเครื่องจักร เช่น อุณหภูมิ การสั่นสะเทือน เสียง หรือการใช้พลังงาน มาวิเคราะห์เพื่อประเมินสภาพและคาดการณ์แนวโน้มความผิดปกติของเครื่องจักร
เป้าหมายสำคัญคือการช่วยให้โรงงานสามารถวางแผนการบำรุงรักษาได้ก่อนที่เครื่องจักรจะเกิด Failure ที่ส่งผลต่อการผลิต
เครื่องเสีย → หยุดผลิต → ซ่อม
เป็นการบำรุงรักษาหลังเกิดปัญหา ซึ่งอาจทำให้เกิด Unplanned Downtime
กำหนดเวลา → ตรวจสอบ/เปลี่ยนชิ้นส่วน → ป้องกันปัญหา
เป็นการบำรุงรักษาตามระยะเวลาที่กำหนด แม้เครื่องจักรอาจยังทำงานได้ตามปกติ
เก็บข้อมูล → วิเคราะห์ → คาดการณ์ → วางแผนซ่อม
ช่วยให้การบำรุงรักษาอ้างอิงจากสภาพจริงของเครื่องจักรมากขึ้น
เซนเซอร์ทำหน้าที่ตรวจวัดข้อมูล เช่น อุณหภูมิ, การสั่น, แรงดัน หรือ ปริมาณพลังงานทั้งหมด
ระบบนำข้อมูลปัจจุบันมาเปรียบเทียบกับข้อมูลในอดีตหรือค่าปกติ เพื่อค้นหาความผิดปกติ
หากพบว่าค่าบางอย่างเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ระบบสามารถแจ้งเตือนเพื่อให้ทีม Maintenance ตรวจสอบ
โรงงานสามารถเลือกช่วงเวลาที่เหมาะสมในการตรวจสอบหรือซ่อมเครื่องจักร เพื่อลดผลกระทบต่อ Production Schedule
ลดความเสี่ยงจาก Unplanned Downtime
ช่วยวางแผนการซ่อมแซมและการดำเนินงานได้ดีขึ้น
เพิ่มความพร้อมใช้งานของเครื่องจักร
ช่วยลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับอุปกรณ์
สนับสนุนการวางแผนการผลิต
อย่างไรก็ตาม Predictive Maintenance ไม่ได้หมายความว่าเครื่องจักรจะไม่มีวันเสีย แต่เป็นแนวทางที่ช่วยให้โรงงาน มองเห็นสัญญาณความผิดปกติและวางแผนรับมือได้เร็วขึ้น
สำหรับภาคการผลิต ความต่อเนื่องของกระบวนการผลิตมีความสำคัญต่อทั้งต้นทุนและการส่งมอบสินค้า
การใช้ Predictive Maintenance จึงเป็นหนึ่งในแนวทางที่ช่วยลดความเสี่ยงจากการหยุดทำงานของเครื่องจักรโดยไม่คาดคิด แต่ Business Continuity ของโรงงานยังขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่น เช่น ระบบไฟฟ้า น้ำ ระบบสาธารณูปโภค และ Infrastructure โดยรวม
สวนอุตสาหกรรม 304 ให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และระบบสาธารณูปโภค สำหรับภาคอุตสาหกรรม ทั้งระบบไฟฟ้า น้ำอุตสาหกรรม ระบบบำบัดน้ำเสีย และระบบสนับสนุนต่าง ๆ
ความพร้อมของ Infrastructure เหล่านี้เป็นอีกองค์ประกอบที่ช่วยสนับสนุนการดำเนินงานของโรงงานและการวางแผนด้าน Business Continuity ในระยะยาว
สร้างระบบนิเวศที่พร้อมสำหรับอนาคตสำหรับธุรกิจ ด้วยพลังงานสีเขียว สิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน และการเชื่อมต่อระดับโลก
ติดต่อเรา