สรุปครบเรื่อง BOI : สิทธิประโยชน์และโอกาสลงทุน

BOI มีสิทธิประโยชน์หลายประการสำหรับนักลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจการลงทุนกับ BOI สิทธิประโยชน์ทางภาษี ขั้นตอนการดำเนินการ และ BOI มีประโยชน์อย่างไรต่อนักลงทุนบ้าง ดังนี้
BOI คืออะไร? และความสำคัญของสิทธิประโยชน์
BOI (Board Of Investment) หรือ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน เป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่ในการส่งเสริมการลงทุน และส่งเสริมให้มีการลงทุนภายในประเทศ โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศให้ก้าวพ้นการเป็นประเทศที่มีรายได้ปานกลาง ไปจนถึงเพื่อการเติบโตยั่งยืนทางเศรษฐกิจ
สิทธิประโยชน์ที่ BOI จึงเป็นสิทธิประโยชน์เพื่อส่งเสริมการลงทุน ซึ่งได้แก่ สิทธิประโยชน์ทางภาษี เช่น การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล การลดหย่อนภาษีได้นิติบุคคลร้อยละ 50 และมีสิทธิประโยชน์ที่ไม่เกี่ยวกับภาษี เช่น การอนุญาตให้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดิน เป็นต้น
กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ BOI ให้การส่งเสริม
BOI ให้การส่งเสริมการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย 4 กลุ่มหลัก ดังนี้
-
กองส่งเสริมการลงทุน 1: อุตสาหกรรมเกษตร อาหาร เทคโนโลยีชีวภาพ และการแพทย์
-
กองส่งเสริมการลงทุน 2: อุตสาหกรรมอุุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง เช่น เครื่องจักร ยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์
-
กองส่งเสริมการลงทุน 3: อุตสาหกรรมพื้นฐานและอุุตสาหกรรมสนับสนุน เช่น โลหะ เคมี ปิโตรเลียม พลาสติก และสาธารณูปโภค
-
กองส่งเสริมการลงทุน 4: อุตสาหกรรมดิจิทัล สร้างสรรค์ และบริการที่มีมูลค่าสูง เช่น โลจิสติกส์ อุตสาหกรรมเบา และภาพยนตร์
ทั้งผู้ประกอบการคนไทยและชาวต่างชาติสามารถยื่นขอรับการส่งเสริมหรือสิทธิประโยชน์จาก BOI ได้ หากกิจการของตนนั้นเป็นไปตามเงื่อนไขที่ BOI กำหนด เช่น ในด้านของทำเลที่ตั้ง จำนวนเงินลงทุนขั้นต่ำ และข้อกำหนดทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
สิทธิประโยชน์ทางภาษีของ BOI มีอะไรบ้าง
สิทธิประโยชน์ทางภาษีของ BOI ตาม พรบ. ส่งเสริมการลงทุน ได้แก่
-
ยกเว้น/ลดหย่อนอากรขาเข้าสำหรับเครื่องจักร (มาตรา 28/29)
-
ลดหย่อนอากรขาเข้าสำหรับวัตถุดิบหรือวัสดุจำเป็น (มาตรา 30)
-
ยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับของที่นำเข้ามาเพื่อใช้ในการวิจัยและพัฒนา (มาตรา 30/1)
-
ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลและเงินปันผล (มาตรา 31/1 และ 34)
-
ลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลร้อยละ 50 (มาตรา 35 (1))
-
ให้หักค่าขนส่ง ค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปาเป็นสองเท่า (มาตรา 35 (2))
-
ให้หักค่าติดตั้งหรือก่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกไม่เกินร้อยละ 25 ของเงินลงทุน (มาตรา 35 (3))
-
ยกเว้นอากรขาเข้าวัตถุดิบหรือวัสดุจำเป็นสำหรับผลิตเพื่อการส่งออก (มาตรา 36)
หลังจากได้รับการส่งเสริมแล้ว ผู้ได้รับอนุมัติจะได้รับหนังสือยืนยันหรือ บัตรส่งเสริมการลงทุน โดยสิทธิประโยชน์ที่ได้รับจาก BOI ก็จะเป็นทั้งด้านที่เกี่ยวกับภาษี ด้านที่ไม่เกี่ยวกับภาษี รวมไปถึงสิทธิการครอบครองที่ดินด้วย ตัวอย่างประเภทธุรกิจที่ได้รับสิทธิประโยชน์ เช่น ธุรกิจทางด้านวิศวกรรม การผลิตขั้นสูง ชีวภาพ พลังงานทดแทน และโลจิสติกส์ เป็นต้น
ระยะเวลาที่ BOI จะให้สิทธิประโยชน์ขึ้นอยู่กับประเภทกิจการและเงื่อนไข เช่น สิทธิประโยชน์พื้นฐาน คือ ได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลรวมสูงสุด ในกลุ่ม A+ ไม่เกิน 13 ปี กลุ่ม A1/A2 ไม่เกิน 8 ปี กลุ่ม A3 ไม่เกิน 5 ปี และกลุ่ม A4 ไม่เกิน 3 ปี เป็นต้น นอกจากนั้นยังมีสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมเฉพาะเขตส่งเสริมการลงทุนด้วย เช่น
-
สิทธิประโยชน์เพิ่มเติมเพื่อกระจายความเจริญสู่ภูมิภาค กรณีตั้งสถานประกอบการในเขตส่งเสริมการลงทุนที่มีรายได้ต่ำ 20 จังหวัด ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มเติมอีก 3 ปี
-
สิทธิประโยชน์เพิ่มเติมเพื่อพัฒนาพื้นที่อุตสาหกรรม กรณีตั้งสถานประกอบการในนิคมอุตสาหกรรม หรือเขตอุตสาหกรรมที่ได้รับการส่งเสริม ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มเติมอีก 1 ปี แต่รวมแล้วไม่เกิน 8 ปี
นอกจากนี้ BOI ยังให้สิทธิประโยชน์เพิ่มเติมเพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งเป็นมาตรการที่ออกแบบมาเพื่อจูงใจให้ผู้ประกอบการลงทุนพัฒนาองค์กรทั้งด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม และทรัพยากรบุคคล โดยมาตรการเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันนี้ ไม่ใช่สิทธิอัตโนมัติ แต่เป็นสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมที่ผู้ประกอบการจะได้รับเมื่อมีการลงทุนหรือค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมตามเงื่อนไขที่ BOI กำหนด
ผู้ประกอบการที่ดำเนินการตามเกณฑ์ จะสามารถขอรับ วงเงินยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มขึ้นสูงสุด 200% โดยจำนวนปีในการยกเว้นเพิ่มตามสัดส่วนเงินลงทุน/ค่าใช้จ่ายต่อยอดขายรวมใน 3 ปีแรกโดยกิจกรรมที่ BOI ให้การส่งเสริม ได้แก่
-
การทำวิจัยและพัฒนา (R&D)
-
การสนับสนุนองค์กรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
-
การฝึกอบรมหรือฝึกการทำงานเพื่อพัฒนาทักษะเทคโนโลยีและนวัตกรรม
-
ค่าธรรมเนียมการใช้สิทธิเทคโนโลยีที่พัฒนาในประเทศ
-
การฝึกอบรมด้านเทคโนโลยีขั้นสูง
-
การพัฒนาผู้ผลิตวัตถุดิบหรือชิ้นส่วนในประเทศ
-
การออกแบบผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์
ระยะเวลาที่ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มเติมจะขึ้นอยู่กับระดับการลงทุนหรือค่าใช้จ่าย โดยสรุปได้ตามตารางด้านล่างนี้
|
เงินลงทุน / ค่าใช้จ่ายต่อยอดขายรวมใน 3 ปีแรก |
ระยะเวลายกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มเติม* |
|
≥ ร้อยละ 1 หรือ ≥ 200 MB |
1 ปี |
|
≥ ร้อยละ 2 หรือ ≥ 400 MB |
2 ปี |
|
≥ ร้อยละ 3 หรือ ≥ 600 MB |
3 ปี |
|
≥ ร้อยละ 4 หรือ ≥ 800 MB |
4 ปี |
|
≥ ร้อยละ 5 หรือ ≥ 1,000 MB |
5 ปี |
*ระยะเวลายกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มเติม รวมแล้วไม่เกิน 8 ปี ยกเว้นประเภทกิจการกลุ่ม A1+ A1 และ A2 รวมแล้วไม่เกิน 13 ปี
ขั้นตอนการขอรับสิทธิประโยชน์ BOI
ขั้นตอนการขอรับสิทธิประโยชน์ BOI มีดังนี้
-
การศึกษาข้อมูลขอรับการส่งเสริมการลงทุน โดยเป็นกิจการที่อยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ BOI กำหนด
-
การยื่นคำขอรับการส่งเสริมการลงทุน โดยช่องทางออนไลน์เท่านั้น
-
การชี้แจงโครงการ ภายใน 10 วันทำการนับตั้งแต่การยื่นคำขอ
-
การวิเคราะห์โครงการ โดยระยะเวลาที่ใช้พิจารณาจะขึ้นกับขนาดการลงทุน ได้แก่ กิจการมูลค่าการลงทุนต่ำกว่า 200 ล้านบาท ใช้เวลาพิจารณาภายใน 40 วันทำการ กิจการมูลค่าการลงทุนต่ำกว่า 2,000 ล้านบาท ใช้เวลาพิจารณาภายใน 60 วันทำการ และ กิจการมูลค่าการลงทุนมากกว่า 2,000 ล้านบาท ใช้เวลาพิจารณาภายใน 90 วันทำการ
-
การแจ้งผลการพิจารณา ภายใน 7 วันทำการหลังจากได้รับการอนุมัติในที่ประชุม
-
การตอบรับมติการส่งเสริมการลงทุน ภายใน 1 เดือนนับตั้งแต่รู้ผล
-
การขอรับบัตรส่งเสริมการลงทุน ผู้ได้รับการส่งเสริมการลงทุน ยื่นขอรับบัตรส่งเสริมการลงทุน พร้อมหลักฐานประกอบการพิจารณาภายใน 6 เดือน
-
การออกบัตรส่งเสริมการลงทุน ภายใน 10 วันทำการ นับตั้งแต่การยื่นขอ
ทั้งนี้ ผู้ที่ต้องการขอรับสิทธิประโยชน์ BOI ควรจะศึกษาทำความเข้าใจในเงื่อนไขของ BOI ให้ครบถ้วน โดยเฉพาะในเรื่องของประเภทธุรกิจ คุณสมบัติของผู้ยื่นขอรับสิทธื์ ขั้นตอนของ BOI และระยะเวลาการดำเนินการ เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด
ความสำคัญของสิทธิประโยชน์ BOI
การดำเนินงานของ BOI จะเป็นการช่วยเหลือและสนับสนุนการลงทุนภายในประเทศ ซึ่งนักลงทุนที่ลงทุนกับ BOI จะได้รับประโยชน์หลายด้านที่จะช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของธุรกิจได้ ที่เห็นได้ชัดคือ การได้รับสิทธิประโยชน์จาก BOI เช่น สิทธิประโยชน์ทางด้านภาษี ทั้งการยกเว้นและการลดหย่อนภาษี และสิทธิประโยชน์ที่ไม่เกี่ยวกับภาษีก็เป็นประโยชน์ต่อนักลงทุนมาก เช่น การอนุญาตให้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดิน การอนุญาตส่งออกเงินตราต่างประเทศ การอนุญาตให้นำคนต่างด้าวเข้ามาเพื่อศึกษาลู่ทางการลงทุน และอื่นๆ
นอกจากนั้นในแง่ของการขยายตลาดและการลงทุนในอนาคตนั้น BOI มีศูนย์พัฒนาการลงทุนไทยในต่างประเทศ และศูนย์ข้อมูลการลงทุนไทยในต่างประเทศ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมนักลงทุนไทยที่จะออกไปขยายการลงทุนในต่างประเทศ และยังมีหน้าที่เป็นศูนย์กลางข้อมูลข่าวสารและการประสานงานเชื่อมโยงในส่วนที่เกี่ยวข้องกันด้วย
เริ่มต้นลงทุนในพื้นที่ส่งเสริม BOI
ในการยื่นขอรับสิทธิประโยชน์ของ BOI ผู้ประกอบกิจการที่มีธุรกิจตรงกับเงื่อนไขของ BOI สามารถเลือกตั้งโรงงานอยู่ในเขตอุตสาหกรรมที่ได้รับการส่งเสริม BOI ได้ เช่น สวนอุตสาหกรรม 304 ซึ่งตั้งอยู่บนแนว Southern Economic Corridor (SEC) ซึ่งเป็นระเบียงเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงประเทศไทยกับประเทศในภูมิภาคอินโดจีน และอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS) โดยเฉพาะผู้ประกอบการในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย (S-Curve Industries) เช่น ยานยนต์สมัยใหม่ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ และพลังงานสะอาด และอีกหลากหลายอุตสาหกรรม จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี คือ การยกเว้นภาษีเพิ่มเติม 1 ปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประเภทกิจการและเงื่อนไขเพิ่มเติม
สวนอุตสาหกรรม 304 ยินดีให้บริการครบวงจรทั้งการให้คำปรึกษาในด้านเอกสารและการขอรับการส่งเสริมการลงทุน ที่สำคัญนักลงทุนสามารถเข้าถึงสิทธิประโยชน์จาก BOI ได้อย่างสะดวก ไม่ว่าจะเป็น
-
การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล
-
การขออนุญาตถือกรรมสิทธิ์ในที่ดิน
-
การนำเข้าเครื่องจักรและวัตถุดิบโดยปลอดภาษี
-
การอำนวยความสะดวกด้านวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน
นอกจากสิทธิประโยชน์จาก BOI แล้ว สวนอุตสาหกรรม 304 ยังมีโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมใช้งาน ทั้งระบบน้ำ พลังงานไฟฟ้า และการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐานสากล ทำให้เป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดสำหรับนักลงทุนที่ต้องการเริ่มต้นหรือขยายกิจการในประเทศไทย
Related News & Media
สวนอุตสาหกรรม 304
สร้างระบบนิเวศที่พร้อมสำหรับอนาคตสำหรับธุรกิจ ด้วยพลังงานสีเขียว สิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน และการเชื่อมต่อระดับโลก
ติดต่อเรา


