ปิด
304 Industrial Park

อนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง The Greater Mekong Subregion (GMS) คือพื้นที่เศรษฐกิจทางธรรมชาติ ซึ่งมีแม่น้ำโขงเป็นจุดร่วมรวมดินแดน 2.6 ล้านตารางกิโลเมตร และประชากรกว่า 326 ล้านชีวิตไว้ด้วยกัน

ทำเลที่ตั้งของ 304 Industrial Park จะนำคุณเข้าถึงทั้งผู้ผลิตหรือผู้จัดส่งวัตถุดิบ และลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะโครงข่ายเส้นถนนบนพื้นที่โครงการอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงนี้ จะครอบคลุมกว้างไกลและช่วยให้คุณเชื่อมต่อไปยังกัมพูชา เวียดนาม เมียนมาร์และสาธารณรัฐประชาชนจีนได้อย่างสะดวกสบาย

อนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง The Greater Mekong Subregion (GMS) คืออะไร

ประเทศในกลุ่มอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงได้แก่ กัมพูชา สาธารณรัฐประชาชนจีน (รวมถึงมณฑลยูนนาน และเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง) สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เมียนมาร์ไทย และเวียดนาม

ในปี 1992 ทั้ง 6 ประเทศได้เข้าร่วมการดำเนินการด้านเศรษฐกิจของอนุภูมิภาค ซึ่งออกแบบมาเพื่อยกระดับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ โดยได้รับความช่วยเหลือจาก Asian Development Bank หรือ ADB

ด้วยความช่วยเหลือจากทั้งธนาคารดังกล่าวรวมถึงผู้บริจาครายอื่นๆ โครงการอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงหรือ GMS ได้ช่วยให้เกิดการบรรลุผลสำเร็จของโครงการสำคัญทั้งในด้านการคมนาคม พลังงาน โทรคมนาคม สิ่งแวดล้อม การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การท่องเที่ยว การค้า การลงทุนของภาคเอกชน ตลอดจนด้านการเกษตรอีกด้วย

ทั้งหมดนี้ นับเป็นความก้าวหน้าครั้งใหญ่ของ GMS ตั้งแต่ปี 1992 เป็นต้นมา โครงการเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญมูลค่าถึง 11 พันล้านเหรียญสหรัฐหลายโครงการสำเร็จลงอย่างดี หลายโครงการกำลังดำเนินการอย่างต่อเนื่อง หนึ่งในนั้นคือโครงการพัฒนาทางหลวงเส้นพนมเปญ (กัมพูชา) – นครโฮจิมินห์ (เวียดนาม) และแนวระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก – ตะวันตก หรือ East-West Economic Corridor ซึ่งจะขยายจากทะเลอันดามันสู่ดานังในที่สุด

พื้นที่อนุภูมิภาคแห่งนี้ยังรวมพันธุ์พืชและสัตว์ต่างๆ ไว้ตลอดผืนป่าจากคาบสมุทรมลายูมาจนถึงประเทศไทย ตลอดจนไกลออกไปยังเทือกเขาหิมาลัย และตามแนวหุบเขาแม่น้ำกว้างใหญ่ที่เต็มไปด้วยป่าผลัดใบไม่ต่างจากในประเทศอินเดีย ระดับน้ำทะเลที่เกิดการเปลี่ยนแปลงตลอดสิบล้านปีที่ผ่านมา ได้ฝากมรดกแห่งความอุดมสมบูรณ์ไว้ในรูปแบบของสิ่งมีชีวิตที่วิวัฒนาการแยกตัวเป็นเอกลักษณ์ บนเทือกเขาบรรทัดและเทือกเขาอันนัม ในเขตประเทศกัมพูชา สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ไทย และเวียดนาม

แหล่งทรัพยากรเหล่านี้เอง ช่วยเอื้อให้ผู้คนส่วนใหญ่ที่ทำการเกษตรแบบยังชีพในอนุภูมิภาคแห่งนี้ สามารถหารายได้และดำรงชีวิตอยู่ได้ ผืนดินได้มอบผลผลิตจากป่าไม้ แร่ ถ่านหิน และน้ำมันปิโตรเลียม ขณะที่แม่น้ำหลายสายช่วยหล่อเลี้ยงทั้งการเกษตรและประมง ตลอดจนเป็นแหล่งผลิตพลังงานจากพลังน้ำอีกด้วย แหล่งถ่านหินสำรองในพื้นที่ก็มีปริมาณมหาศาล เช่นเดียวกับแหล่งน้ำมันและก๊าซสำรองหลายแห่ง ซึ่งเกือบทั้งหมดนี้ อยู่ในเขตประเทศเมียนมาร์ ไทย และเวียดนาม นับเป็นแหล่งพลังงานขนาดใหญ่ที่ยังถูกใช้ไปเพียงไม่มาก

การพัฒนาอุตสาหกรรมและการปรับตัวสู่ความทันสมัย ปรากฏชัดเจนยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ผ่านความเปลี่ยนแปลงหรือเปลี่ยนรูปต่างๆ นั่นคือ ประเทศแถบลุ่มแม่น้ำโขงค่อยๆ เปลี่ยนจากการทำเกษตรกรรมเพื่อยังชีพ ไปสู่ระบบเศรษฐกิจที่หลากหลาย และใช้กลไกการตลาดมากขึ้น ควบคู่ไปกับความสัมพันธ์ทางด้านการค้าที่เติบโตเข้มแข็งขึ้นของทั้ง 6 ประเทศ ซึ่งจะเห็นได้อย่างชัดเจนจากการค้าระหว่างชายแดน การลงทุน และการเคลื่อนที่ของแรงงาน ยิ่งไปกว่านั้น แหล่งทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพลังน้ำ กำลังจะได้รับการพัฒนาเพื่อนำมาใช้เป็นฐานสำคัญให้กับอนุภูมิภาค

ความสมบูรณ์ของแหล่งทรัพยากรมนุษย์และทรัพยากรธรรมชาติแถบลุ่มแม่น้ำโขง จึงทำให้เกิดพรมแดนใหม่แห่งการเติบโตทางเศรษฐกิจของเอเชีย ซึ่งแน่นอนว่า ดินแดนแถบลุ่มแม่น้ำโขงนี้ มีศักยภาพพร้อมที่จะเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่เติบโตรุดหน้ารวดเร็วที่สุดพื้นที่หนึ่งของโลก

ที่มา: Asian Development Bank (www.abd.org)